Camp Staff USA

ฤดูร้อนนี้ทำงานเป็นที่ปรึกษาค่ายและพนักงานช่วยเหลือค่ายที่ค่ายฤดูร้อนของประเทศสหรัฐอเมริกา! นักศึกษาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันในค่ายเป็นเวลา 8 ถึง 10 สัปดาห์  ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนรู้เพิ่มพูนทักษะใหม่มากมาย อาทิ การเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำนักเรียน และได้เสริมสร้างประสบการณ์และสร้างมิตรภาพที่ดีกับผู้เข้าร่วมค่าย ซึ่งในขณะเดียวกันนักศึกษาก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง ได้ค้นหาจุดแข็งและความสนใจส่วนตัว เพื่อส่งเสริมความสามารถส่วนตัวให้เกิดความสนุกสนานในกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับผู้อื่นในค่าย 

ในขณะเดียวกัน ที่ตั้งของค่ายนั้นจะตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันตามแต่ละภูมิประเทศและมีการนำเสนอกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ บรรยากาศของความสนุกสนาน มิตรภาพและการค้นพบสิ่งใหม่ๆร่วมกัน การเป็นที่ปรึกษาค่ายและพนักงานให้ความช่วยเหลือค่าย ยังเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร และนักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกันจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่เข้าร่วมในค่ายและมีโอกาสได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับทุกคนด้วยเช่นกัน

Camp counselor​ (ที่ปรึกษาค่าย)

ที่ปรึกษาค่ายฤดูร้อนคือ เป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการสร้างความมั่นใจในความเป็นอยู่ของผู้เข้าร่วมค่ายโดยรวม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของผู้เข้าร่วมในค่ายให้เป็นไปตามกำหนดการ และให้พร้อมสำหรับเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่จะต้องเกิดขึ้น เช่น งานฝีมือ เกมกลางแจ้ง การแสดงดนตรี และอื่น ๆ ซึ่งอาจรวมถึงจะต้องเดินทางไปจัดกิจกรรมนอกค่าย เช่น การเดินทางแคมป์ปิ้ง เดินป่า สวนสนุก ล่องแก่ง ล่องเรือชมปลาวาฬ และเกมบอล ตามลักษณะธีมที่จัดขึ้น เช่น ค่ายศิลปกรรม ค่ายคอมพิวเตอร์ ค่ายเรือใบ ค่ายกีฬาเฉพาะ ฯลฯ 

Support staff (เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนคือ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การปฏิบัติการของค่ายดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเติมเต็มให้ความช่วยเหลือที่หลากหลาย โดยจะแบ่งออกเป็นดังนี้

  1. ห้องครัว: พ่อครัว/เบเกอร์/ผู้ช่วยปรุงอาหาร/ผู้ช่วยครัว/ดูแลล้างจานและบริกร/พนักงานเสิร์ฟ
  2. สำนักงาน: เลขานุการ/การเขียนโปรแกรม/การบัญชีและการจัดเก็บ
  3. การบำรุงรักษา: การดูแลรักษาทั่วไป/ช่างซ่อมบำรุง/ความปลอดภัยและไดรเวอร์
  4. การทำความสะอาด: ซักรีด/ภารโรง/พนักงานยกกระเป๋า/การเก็บขยะและทำความสะอาด
Camp Staff กับ Work and Travel ต่างกันอย่างไร ?

Camp Staff กับ Work and Travel เป็นโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนสำหรับนักศึกษาเต็มเวลาที่ศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก) เหมือนกัน Camp Staff และ Work and Travel จึงอยู่ภายใต้วีซ่าประเภทเดียวกันคือวีซ่า J1 แต่ช่วงของ Camp Staff จะเป็นช่วง Summer คือระหว่าง 5 พฤษภาคม – 5 กันยายน

ลักษณะงานของ Camp Staff เป็นอย่างไร ?

Camp ในอเมริกาจะมีพื้นที่ใหญ่ตั้งอยู่ตามชานเมือง จึงมีลักษณะคล้ายรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่ต้องมีหลายแผนกที่ทำงานร่วมกัน เช่น แผนกต้อนรับ แผนกครัว แผนกห้องอาหาร แผนกแม่บ้าน แผนกซักรีด แผนกซ่อมบำรุง เป็นต้น ดังนั้นการไปเป็น staff ทำงานใน camp คือการที่เราไปเป็น staff ในแผนกต่างๆ 

ตำแหน่งงานใน Camp จำเป็นต้องมีประสบการณ์มั้ย ?

ตำแหน่งงานใน camp ไม่ถึงกับต้องการประสบการณ์ทำงานจริงจัง แค่ประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ หรือ เป็นทักษะที่เราทำได้เองอยู่แล้ว เราก็สามารถเป็น Staff ใน camp ได้ เช่น แผนกครัว ถ้าเราเป็นคนมีทักษะในการทำครัว เราก็สามารถสมัครตำแหน่งงานในครัวได้ 

Camp Staff มี Camp กี่ที่ และ มี Camp ประเภทไหนบ้าง ?

Camp ในอเมริกามีมากกว่า 300 Camp ทั่วอเมริกา และมี camp หลายประเภท เช่น sport camp, water sport camp, academic camp, religious camp, special need camp และอื่นๆ อีกมาย ซึ่งในแต่ละ camp จะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำตามแต่ลักษณะของ camp นั้นๆ และ staff สามารถใช้ facilities ของ camp ในวันหยุดได้ด้วยเช่นกัน

Camp Staff ได้รายได้อย่างไร ?

Camp Staff USA จะได้รายได้เหมาจ่ายเป็นอาทิตย์ โดยได้ขั้นต่ำคืออาทิตย์ละ US$300 และทาง camp จะจ้างเราขั้นตำ่ 9 อาทิตย์ โดย camp มีที่พักและอาหารให้ฟรี ตลอดการทำงานของเราใน camp

Camp Staff น่าสนใจอย่างไร ?

Camp Staff USA เป็นโครงการหนึ่งที่น่าสนใจเพราะค่าใช้จ่ายน้อย เนื่องจากมีที่พักฟรีและอาหารฟรี ตลอดระยะเวลาการทำงานใน camp  ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ทำงานกับชาวต่างชาติอย่างแท้จริง เพราะว่า staff จะมาจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะยุโรป เอเชีย อเมริกาใต้ ฯลฯ และ camp หนึ่งจะรับเด็กชาติเดียวกันไม่เกิน 4 คน เพื่อให้ staff ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมกันอย่างแท้จริง 

Camp Staff เหมาะสำหรับใคร ?

Camp Staff USA เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติอย่างแท้จริง และเหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบกิจกรรมการออกค่าย ชอบธรรมชาติ เพราะ camp จะอยู่ในบริเวณชานเมืองที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เช่น ภูเขา ทะเลสาบ เป็นต้น 

หากต้องการเข้าร่วมโครงการ Camp Staff USA ต้องสมัครเมื่อใด ?

โครงการ Camp Staff USA เปิดรับสมัครตั้งแต่ช่วงกรกฎาคมของทุกปี เนื่องจาก camp จะเป็นฝ่ายเลือก staff ด้วยตัวเอง ดังนั้นหากน้องๆ สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะทำให้น้องๆ มีโอกาสที่จะได้รับเลือกจาก camp มากกว่า เนื่องจากผู้สมัครไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น

ที่พักเป็นอย่างไร ?

ลักษณะที่พักสำหรับ STAFF ที่เข้าร่วมโครงการ Camp Staff USA จะมีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับแต่ละแค้มป์ แต่จะแยกชายหญิง โดยบางแห่งเป็นแบบหอพักเตียง 2 ชั้น ห้องน้ำรวม หรือบางแห่งอาจจะเป็นบ้านพัก พักบ้านละ 2-4 คน เป็นต้น

ระยะเวลาการเข้าร่วม
  • โครงการเริ่มวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี
  • โครงการสิ้นสุดภายในวันที่ 5 กันยายน ของทุกปี
คุณสมบัติของผู้สมัคร
  • มีสถานภาพโสด
  • มีอายุอย่างน้อย 18 – 28 ปี (ไม่เกิน 28 ปี ณ วันเดินทาง)
  • ลงทะเบียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มเวลาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
    (ปริญญาตรี ทุกชั้นปี, ปริญญาโทและปริญญาเอก)
  • มีเกรดเฉลี่ยสะสมอย่างน้อย 2.00
  • นักศึกษาที่สมัครตำแหน่ง ที่ปรึกษาค่าย
    ต้องสามารถเขียน อ่าน พูดภาษาอังกฤษ ระดับ Upper-Intermediate English ขึ้นไป
  • นักศึกษาที่สมัครตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน
    ต้องสามารถเขียน อ่าน พูดภาษาอังกฤษ ระดับ Intermediate English ขึ้นไป
  • มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและพร้อมที่จะทำงานอย่างหนัก
  • มีพลังความรักที่สนุกสนานและมีความสุขในสภาพแวดล้อมที่กระตือรือร้น และสามารถทำงานกับเด็กได้อย่างสะดวกสบาย
  • สามารถเรียนรู้และปรับตัวให้อยู่กับผู้อื่นในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้
  • สามารถเข้าร่วมโครงการตามระยะเวลาที่กำหนดมิถุนายน – สิงหาคม (อย่างน้อย 8 สัปดาห์) ที่ค่าย
  • ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมใดๆ

หมายเหตุ: นักศึกษาต่างชาติที่กำลังศึกษาอยู่ ในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้

เอกสารประกอบการสมัคร

  • รูปถ่ายวีซ่าอเมริกา ขนาด 2” x 2” พื้นฉากหลังสีขาว 2 รูป
  • Reference 3 ฉบับ (ภาษาอังกฤษ) จากอาจารย์ที่สอนหรือนายจ้างที่ฝึกงาน
  • สำเนา Passport
  • สำเนา Visa ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยมีทั้งหมดพร้อมทั้งหน้าสแตมป์วันเข้าออก (ถ้ามี)
  • สำเนา Transcript (ภาษาอังกฤษ)
  • สำเนาใบรับรองจบการศึกษา (ภาษาอังกฤษ)
  • ใบรับรองวัคซีน Health Screening (ภาษาอังกฤษ)
  • ใบรับรองประวัติอาชญากรรม Criminal Background Record (ภาษาอังกฤษ)