Exchange program ทำไมต้องไป​​? ไปแล้วได้อะไร? คุ้มไหมที่ต้องจ่าย?

โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เฉพาะนักศึกษาได้ไป “ทำงานและท่องเที่ยวอย่างถูกกฎหมาย” ในประเทศที่เปิดให้เข้าร่วมโครงการ ดังเช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีโครงการ WORK AND TRAVEL / INTERNSHIP / CAMP SATFF เป็นต้น

ซึ่งนักศึกษาสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงปิดเทอมโดยใช้ระยะเวลาเตรียมตัวเกือบ 1 ปีปฏิทินก่อนการเดินทางอีกด้วย ทีนี้ก็ต้องมาอธิบายให้เห็นภาพตรงกันว่า ทำไมต้องไป? ไปแล้วได้อะไร? คุ้มไหมที่ต้องจ่าย?

1.ฝึกภาษาในสภาพแวดล้อมจริง และได้สังคมเพิ่ม
แน่นอนเลยว่าการที่ไปถึงสหรัฐอเมริกาแล้วจะพูดภาษาไทยก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องจ่ายเงินค่าโครงการหลักแสนไปแล้วยังจะมาฝึกใช้ภาษาไทยใช่ป่ะ ดังนั้นการฝึกภาษาในสภาพแวดล้อมจริงก็หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้เลย การที่เลือกเดินทางเข้าร่วมโครงการและไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษในทุกๆวัน จะทำให้ทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งการฟัง การพูดนั้นได้รับการพัฒนาขึ้น สำหรับคนที่กลัวเหงา ไม่มีเพื่อน ไม่ต้องกลัวเลย เพราะจะต้องได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆจากที่ทำงาน หรือที่พัก อาจจะมาจากคนละประเทศก็ได้นะ และที่สำคัญยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ หรือ ภาษาที่ 3 จากเพื่อนๆอีกด้วย 

2.ประสบการณ์ในการทำงาน และทักษะการดำรงชีวิต
ชื่อโครงการก็บอกแล้วว่า โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งก็แยกไปตามประเภทย่อยอีก โดยส่วนมากที่นิยมๆกันก็เป็น WORK AND TRAVEL / INTERNSHIP ก็ตามชื่อโครงการเลย “WORK” นั่นหมายถึงทำงานนั่นเอง แล้วทำไมต้องขยันตรียมตัวเป็นปี จ่ายเงินอีกเป็นแสน เดินทางโดยเครื่องบิน เกือบ 24 ชั่วโมง ข้ามประเทศกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรไปสนับสนุนให้มันดูดีมากไปกว่าการได้เรียนรู้วิธีการทำงานของคนอเมริกา นิสัยของคนอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกตัวเองให้รู้จักปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ สังคมใหม่ไงละ ซึ่งมันก็ดีนะที่ประเภทงานมันก็หลากหลาย อาทิ งานที่สวนสนุก ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆที่น่าจดจำ และทักษะการใช้ชีวิตต้องเรียนรู้จากสถานการณ์จริง แน่นอนเลยว่าการที่ไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศนั้นจะต้องได้พัฒนาทักษะชีวิตให้มากขึ้น ด้วยการทำงานนั้นต้องมีหลายอย่างที่ควบคุมไม่ได้ มีปัญหาที่เข้ามาอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้ต้องมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง และการไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศโดยปราศจากครอบครัวนั้น จะทำให้พัฒนาวุฒิภาวะเพิ่มขึ้นนั่นเอง

3.ค่าตอบแทน
ไปทำงานได้ประสบการณ์แล้ว ได้เพื่อนแล้ว ก็ต้องได้ค่าเหนื่อยใช่ปะ ก็ทุกอย่างมันมีค่าใช้จ่ายอะ ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า ค่าจิปาถะเยอะแยะ ที่ต้องดูแลอยู่ นั่นก็ไม่แปลกที่การที่ไปทำงานในโครงการนั้น ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าเหนื่อย ซึ่งค่าตอบแทน หรือเรียกอีกอย่างว่าค่าจ้างงานนั่นละ ก็จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ ความสามารถในการทำงานและความสามารถนะ โดยจะเริ่มต้นที่ $8-13 เหรียญต่อชั่วโมง สัปดาห์ละ 32ชั่วโมง โดยเฉลี่ย

4.เสร็จจากงานก็…ไปเที่ยว
งานก็ทำแล้ว เงินก็ได้แล้ว เพื่อนก็มีแล้ว ก็คงเหลือการเที่ยวกับการช้อปปิ้ง เพราะหลังจากที่ทำงานกันมาเหน็ดเหนื่อยหลังจากนั้นคือเวลาแห่งการท่องเที่ยว โดยตัวโครงการนั้นจะมีระยะเวลาในการท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่อย่าง เทพีเสรีภาพ สะพานโกลเดนเกต และแกรนแคนยอน  ก็เป็นอันดับต้นๆที่หลายคนที่ไปสหรัฐอเมริกาแล้วต้องไปส่วนอื่นๆก็ว่ากันตามความชอบเนอะ อาทิ UNIVERSAL STUDIO, DISNEY LAND เป็นต้น

5.คุ้มไหมที่ต้องจ่าย
อันนี้ก็ต้องมาดูจุดประสงค์ของแต่ละบุลคลว่าจุดประสงค์ของแต่ละบุคคลก็ไม่เหมือนกันว่าความคุ้มใช้มาตรฐานใดมาเปรียบเทียบ โดยส่วนตัวแล้วจากบุคคลนึงที่เคยเข้าร่วมโครงการและเดินทางผ่านมาแล้วก็บอกว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิตและก็รู้สึกประทับใจที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสได้เดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปิดเทอมเป็นอะไรที่มีความสุขที่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปสำรวจสถานที่ใหม่ๆที่คาดไม่ถึงว่าความคุ้มมันไม่ได้ตีราคาจากเงินที่ต้องจ่ายไปมันคือสิ่งที่พบเจอระหว่างการเดินทางที่เรียกว่าประสบการณ์นั่นเอง